Green IT
Introduction
ปัจจุบัน Global Warming เป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากหลายวงการ วงการไอทีได้ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวและต้องการที่จะมีส่วนร่วมช่วยลดภาวะโลกร้อน จึงได้เสนอแนวคิด Green IT มาประยุกต์ใช้ในองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ อย่างไรก็ดี ก่อนอื่นเราควรมาศึกษาผลกระทบของการใช้ IT ต่อสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบของการใช้ IT ต่อสิ่งแวดล้อม
1. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น (Higher Energy Consumption)
คอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาจนมีสมรรถนะที่ดีขึ้นและมีราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้คนหันมาใช้คอมพิวเตอร์กันมากยิ่งขึ้น จากข้อมูลของกลุ่ม Greenpeace ที่ได้ประมาณการว่า ภายในปี ค.ศ.2010 จะมีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซีมากกว่า 710 ล้านเครื่องทั่วโลก สมมติว่า เครื่องพีซีแต่ละเครื่องต้องการใช้กำลังผลิตไฟฟ้า (ขั้นต่ำ) ขนาด 200 วัตต์ จะพบว่า ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าจะสูงถึง 150,000 เมกะวัตต์ ซึ่งมีขนาดเท่ากับพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน (coal-fired power plant) ถึงประมาณ 300 โรง ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงและอุปกรณ์ระบบ เช่น อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เป็นต้น
2. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ไอที (IT Equipment and Component Manufacturing)
กระบวนการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ไอทีส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการถลุงแร่ การหลอมโลหะ กระบวนการทางเคมี หรือกระบวนการทางปิโตรเคมีเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุดิบสำหรับใช้ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้ทรัพยากรแร่ธาตุและน้ำและพลังงานในปริมาณมาก เช่น
• การผลิตไมโครชิพ (Microchip Fabrication)
ฟังก์ชั่นการใช้งานของ CPU มีพื้นฐานอยู่บนการทำงานของไมโครชิพ ซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตที่เกี่ยวข้องกว่า 400 ขั้นตอนย่อย โดยเฉพาะการผลิตไมโครชิพต้องใช้สารละลายเคมีต่างๆ เช่น กรดไฮโดรคลอริก กรดไฮโดรฟลูโอริก สารหนู เบนซิน และเฮกซาวาเลนโครเมียม เป็นต้น ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
• การผลิตแผงวงจรไฟฟ้า (Circuit Board Fabrication)
แผงวงจรไฟฟ้าต้องใช้โลหะต่าง ๆ เช่น ทองแดง ตะกั่ว เงิน ดีบุก และโครเมียมที่ใช้ในการผลิต ซึ่งโลหะและสารเคมีต่างๆล้วนเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ตารางแสดงทรัพยากรที่ต้องใช้ในการผลิตชิ้นส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ชุด
ส่วนประกอบ | ทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต (โดยประมาณ) (หน่วย : กิโลกรัม) | ||
เชื้อเพลิงจาก ซากดึกดำบรรพ์ (Fossil Fuel) | สารเคมี | น้ำ | |
Computer Chips | 94 | 7.1 | 310 |
Printed Circuit Boards | 14 | 14 | 780 |
CRT Monitors | 31.5 | 0.49 | 450 |
LCD Monitors | 226 | 3.7 | 1290 |
3. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste)
การแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีของอุปกรณ์ไอทีในปัจจุบันทำให้มีผลิตภัณฑ์และซอฟต์แวร์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุปกรณ์ไอทีล้าสมัยอย่างรวดเร็ว (มี Product life cycle สั้นลง) จนกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งขยะส่วนใหญ่ได้ถูกนำไปรีไซเคิลในประเทศกลุ่มที่มีค่าแรงงานต่ำหรือไม่มีกฎหมายการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่รัดกุม เช่น จีน อินเดีย หรือแอฟริกา เป็นต้น ทำให้การรีไซเคิลยังไม่มีการป้องกันที่ดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น
เราจะเห็นได้ว่า การใช้ IT ในปัจจุบันส่งผลทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลงไปอย่างมาก ดังนั้นแนวคิดของ Green IT จึงได้เกิดขึ้น ซึ่งเราควรทราบความหมายของ Green IT ก่อนเป็นอย่างแรก
ความหมายของ Green IT
Green IT (เทคโนโลยีสารสนเทศสีเขียว) หรืออาจเรียกว่า Green computing หมายถึง แนวคิดในการบริหารจัดการและเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการใช้พลังงาน ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการสร้างขยะ รวมถึงการนำขยะอิเลคทรอนิคส์มารีไซเคิลใหม่อีกด้วย หรืออาจกล่าวว่า Green IT คือ การใช้ IT ภายในองค์กรโดยใส่ใจสิ่งแวดล้อม นั่นเอง การบริหารจัดการเทคโนโลยีอาจหมายรวมถึง การออกแบบ การสร้าง การใช้และการทำลายเทคโนโลยีขององค์กรควรเป็นไปในทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายสูงสุดคือ อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ หรือขยะอิเลคทรอนิคส์ต้องถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด และไม่มีส่วนประกอบที่ทำจากสารพิษ อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ต้องใช้พลังงานน้อยลง แต่ความสามารถมากขึ้น ตามแนวคิดที่ว่า "Maximum Megabytes for Minimum Kilowatts"
แนวโน้ม Green IT ในโลกธุรกิจ
จากข้อมูลของบริษัทวิจัย Gartner ระบุว่า Green IT จะเป็น Trend ทางเทคโนโลยีที่มาแรง จะเห็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น กินไฟน้อยลง และ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น
ยกตัวอย่างแนวโน้มของ Green IT ในโลกธุรกิจ ได้แก่ บริษัทชั้นนำด้านไอที เช่น Google, Intel ได้ร่วมมือกับ Dell, Hewlett Packard, Sun Microsystem, Hitachi, IBM, Lenovo, Microsoft และ Yahooได้พยายามเสนอ Green IT product ออกสู่ตลาดโดยเปิดตัวโครงการผลิตคอมพิวเตอร์ประหยัดไฟ ชื่อว่า "ความคิดริเริ่มผลิตคอมพิวเตอร์เพื่อปกป้องสภาพอากาศ" โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 54 ล้านตันต่อปี พร้อมทั้งลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ 5,500 ล้านดอลลาร์ หรือ บริษัทในธุรกิจไอทีได้พยายามจะคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ลดการใช้พลังงาน เช่น Dell เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ รุ่น PowerEdge เพื่อลดการใช้พลังงานและต้นทุนปฏิบัติการโดยรวมของระบบลง 20-35% หรือ Fujitsu เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กรุ่น Primergy TX120 ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยประหยัดพลังงานได้มาก
กระแส Green IT ในโลกธุรกิจยังได้ปรากฏอยู่ในรูปนโยบายต่างๆของบริษัทอีกด้วย เช่น Dell มีนโยบายให้ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Dell ให้นำเครื่องเก่าที่หมดอายุการใช้งาน ส่งกลับไปให้รีไซเคิลฟรีเพื่อลดขยะอิเล็กทรอนิกส์จากสินค้าไอที หรือ Apple และ HP ได้จัดโครงการรีไซเคิล PC เก่าให้ลูกค้าเป็นช่วงๆ หรือ บริษัทผลิตมือถือต่างๆ เช่น Nokia, Motorola ได้ร่วมกันทำข้อตกลงกำหนดมาตรการลดมลพิษจากกระบวนการผลิต กำจัดตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้ว ลดการใช้พลังงานในโรงงาน ยกเลิกการใช้ชิ้นส่วนประกอบและวัสดุที่มีสารพิษ ตลอดจนการให้ความรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
การนำแนวคิด Green IT ไปใช้ในองค์กรธุรกิจ
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เสนอแนวทางในการนำแนวคิด Green IT ไปใช้ ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆดังต่อไปนี้
1. ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและยังสามารถช่วยให้บริษัทไม่ถูกฟ้องร้องอีกด้วย
2. พัฒนาและวางแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น วางนโยบาย Green IT ให้เป็นแบบแผนปฏิบัติกันในบริษัท
3. สร้างกระแส Green IT ให้เกิดขึ้นในองค์กร เช่น ออกแบบให้อาคารสำนักงานให้อนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า เป็นต้น
4. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: พิจารณาการจัดซื้ออุปกรณ์ IT ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ Server หรือ ระบบย่อยอื่นๆ ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น
· ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือทำจากวัสดุรีไซเคิล
· ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารพิษ
· ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย Energy star
ขอเสนอแนวทางการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังต่อไปนี้
· ให้ CPU และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน ลดการใช้พลังงานลง
· เลือกใช้ CPU, Server, อุปกรณ์เสริมที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการทำงานลง
· ลดพลังงานและลดการจ่ายไปให้แก่อุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยครั้ง เช่น เครื่องพิมพ์เลเซอร์
· ให้หันมาใช้ Screen ในแบบ Liquid-Crystal-Display (LCD) แทนการใช้มอนิเตอร์ Cathode-Ray-Tube (CRT)
· ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook เพราะจะกินไฟและใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ Desktop
· ใช้ Power-Management feature เช่น ให้ปิดการทำงานของฮาร์ดดิสก์ และหน้าจอมอนิเตอร์หากไม่ได้มีการใช้งานติดต่อกันนานๆ หลายนาที
· ใช้กระดาษให้น้อยที่สุด และถ้าเป็นไปได้ก็ให้นำกระดาษกลับมาใช้งานหมุนเวียนอีก
· ลดการใช้พลังงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เวิร์กสเตชัน เซิร์ฟเวอร์ เน็ตเวิร์กและข้อมูลส่วนกลาง
5. นำนโยบายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น การอบรมพนักงานทั้งบริษัทให้เข้าใจวิธีการอนุรักษ์พลังงาน หรือ ติดตั้งระบบ IT ที่อนุรักษ์พลังงานทั้งบริษัท หรือ พยายามนำพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ในทุกๆกระบวนการของบริษัท
6. นำนโยบาย Reduce Reuse Recycle มาใช้ในบริษัท เช่น ลดการใช้กระดาษในองค์กร ควรใช้การส่ง email ภายในองค์กรแทน หากจำเป็นต้องพิมพ์เอกสาร กระดาษดังกล่าวอาจนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งนโยบาย Reduce Reuse Recycle จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสีย และค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงาน
7. ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทในอุตสาหกรรมไอที เช่น บริษัทผลิตไมโครชิพ ควรออกแบบและปรับปรุงขั้นตอนการผลิตให้ใช้น้ำและแร่ธาตุต่างๆน้อยลง เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
8. ควรทำการตลาดให้สื่อว่า องค์กรนั้นเป็น Green IT organization เพื่อช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร เช่น การทำฉลากหรือสัญลักษณ์ของการรณรงค์สิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในองค์กรของท่านต่อไป และเป็นตัวอย่างที่ดีกับองค์กรอื่น
9. สร้างความสัมพันธ์กับองค์กรอื่นๆที่มีความใส่ใจด้าน Green IT เหมือนกันนั้น จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจขององค์กรท่านและยังแสดงถึงการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจาก Green IT
1. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แนวคิด Green IT สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวมันเองได้ และแตกต่างจากคู่แข่งที่เน้นขายสินค้าเทคโนโลยีแบบเดิม เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสนใจกับปัญหาโลกร้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สินค้า Green IT จึงมักได้รับความนิยมและสามารถทำกำไรให้แก่บริษัทได้เป็นอย่างดี
2. ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน เช่น หลายองค์กรได้เลือกใช้ระบบ IT ที่สามารถลดการใช้พลังงาน ทำให้ลดค่าไฟฟ้าลงได้อย่างมาก
3. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร IT ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
4. บริษัทมีภาพลักษณ์ที่ดี ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จากการนำแนวคิด Green IT มาใช้
ตัวอย่างจริงขององค์กรที่นำ Green IT ไปใช้: KSC (บริษัท เค เอส ซี คอมเมอร์เชียล อินเตอร์เนต จำกัด)
KSC เป็นบริษัทที่ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และให้บริการ IT Business solution KSC ได้เห็นความสำคัญของการใช้ไอทีโดยใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Green IT) โดยได้เลือกนำ Concept ของ Cloud Computing มาใช้ภายในองค์กรแล้วในปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนในการรักษาสิ่งแวดล้อมไปได้กว่า 50% ทำให้ KSC สามารถ
· ลดการใช้พลังงานไปได้ถึง50 %
· ลดปริมาณการใช้ Rack server ถึง 50 %
· ลดจำนวน Physical server ถึง 60 %
· ลดจำนวนสาย Cable สำหรับ Server (Power และ LAN) ถึง 50 %
ซึ่งทำให้ KSC สามารถลดจำนวนเงินที่ต้องลงทุนซื้อ server เพิ่มในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ KSC ได้ออกแบบโลโก้ Green IT เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนการใช้พลังงานที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังรูปด้านล่าง นอกจากนี้แล้ว KSC ยังได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อสื่อสารกับประชาชนในวงกว้าง เช่น การออกแบบ IT Green signature ไว้ให้ผู้ใช้อีเมล์สามารถโหลดไปใช้ได้ นอกจากนี้แล้ว KSC ยังได้จัดกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย
สามารถดาวน์โหลด Presentation slide ได้ที่
- http://www.4shared.com/file/4j5Sved_/Green_IT.html
- http://www.4shared.com/file/4j5Sved_/Green_IT.html
สามารถดาวน์โหลด Presentation slide ได้ที่
ตอบลบhttp://www.4shared.com/file/4j5Sved_/Green_IT.html